Make your own free website on Tripod.com
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไดโนเสาร์

ไดโนเสาร์ เป็นสัตว์เลื้อยคลาน โบราณ ชนิดหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ บนผืนแผ่นดิน และสูญพันธุ์ ไปหมดสิ้น จากโลกนี้ เมื่อหลายสิบ ล้านปี มาแล้ว ส่วนใหญ่ เข้าใจว่า ไดโนเสาร์ เป็นสัตว์ที่ ใหญ่โต มโหฬาร หรือเป็น สัตว์ประหลาด ขนาดยักษ์ เช่นเดียว กับ ปลาวาฬ บ้างก็ว่า เป็นสัตว์ที่ ใหญ่ที่สุด เท่าที่เคย มีชีวิต อยู่ในโลก แต่โดยความเป็นจริง ไดโนเสาร์ มีขนาด และรูปร่าง แตกต่างกัน มากมาย ตั้งแต่ขนาด ใหญ่มหึมา น้ำหนักกว่า 100 ตัน สูงมากกว่า 100 ฟุต จนถึงพวก ที่มี ขนาดเล็กๆ บางชนิด ก็มี ขนาดเล็ก กว่าไก่ บางพวก เดินสี่ขา บางพวกเดิน และวิ่งด้วย สองขาหลัง บางพวก กินพืช เป็นอาหาร บางพวก กินเนื้อสัตว์ เป็นอาหาร

ไดโนเสาร์ พวกแรก ปรากฏขึ้นมา ในโลก ในช่วงตอนปลาย ของยุค ไทรแอสสิก เมื่อ กว่า 205 ล้านปี มาแล้ว เป็นเวลาที่ ทวีปทั้งหลาย ยังต่อเป็น ผืนเดียวกัน เจ้าสัตว์เลื้อยคลาน ชนิดนี้ ยังมีชีวิตอยู่ และมีวิวัฒนาการ ตลอด ระยะเวลา อันยาวนานถึง 140 ล้านปี กระจัด กระจาย แพร่หลาย อยู่ทั่วทั้งผืน แผ่นดินในโลก แล้วจึงได้สูญพันธุ์ ไปหมด ในปลายยุค ครีเตเซียส เมื่อ 65 ล้านปี ที่ล่วงมาแล้ว ในขณะที่ ต้นตระกูล ของมนุษย์ เพิ่งจะปรากฏขึ้น ในโลกเมื่อ 5 ล้านปีที่ผ่านมา หลังจากไดโนเสาร์ สูญพันธุ์ ไปแล้วถึง 60 ล้านปี และเผ่าพันธุ์ ของมนุษย์ ปัจจุบันนั้น ก็เพิ่งเริ่มต้นมา เมื่อไม่เกิน หนึ่งแสนปีมานี้เอง มนุษย์ มักจะคิดว่า ไดโนเสาร์นั้นโง่ และธรรมชาติ สร้างมา ไม่เหมาะสมกับ สภาพแวดล้อม จึงทำให้มัน ต้องสูญพันธุ์ไปหมด ความคิดนี้ไม่ถูกต้อง โดยแท้จริงแล้ว ไดโนเสาร์ ได้เจริญพันธุ์ แพร่หลายเป็นเวลา ยาวนานกว่า 30 เท่าของมนุษย์ ที่ได้อาศัยอยู่ในโลก ตลอดช่วงเวลาอันยาวนี้ มันได้มีวิวัฒนาการ ออกเป็นสกุลต่างๆกันมากมาย เท่าที่ค้นพบและจำแนกแล้วประมาณ 340 ชนิด และคาดว่ายังมีอีก เป็นจำนวนมาก ที่กำลังรอคอย การค้นพบอยู่ในที่ต่างๆ กันทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งหนึ่ง ที่มีชั้นหินตระกอน สะสมตัวอยู่ในช่วงเวลา ที่มีไดโนเสาร์ อาศัยอยู่ในโลก นักโบราณชีววิทยา แบ่งไดโนเสาร์ ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ โดยอาศัยความแตกต่างของ กระดูกเชิงกรานคือ
          1. พวกซอริสเซียน (Saurischians) มีกระดูกเชิงกราน เป็นแบบสัตว์เลื้อยคลาน คือกระดูกพิวบิส และอิสเชียม แยกออกจากกันเป็นมุมกว้าง
          2. พวกออนิธิสเชียน (Ornithischians) มีกระดูกเชิงกราน เป็นแบบนก คือกระดูกพิวบิส และอิสเชียม ชี้ไปทางด้านหลัง

ไดโนเสาร์ ได้ถูกค้นพบอย่างเงียบๆ เป็นเวลานาน มาแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจมากนัก จนกระทั่ง นัก วิทยาศาสตร์ ชาวอังกฤษชื่อ ศาสตราจารย์ริชาร์ด โอเวน (Richard Owens) ได้นำเรื่อง ไดโนเสาร์ เสนอต่อ ที่ประชุมทางวิชาการ ของสมาคม เพื่อความก้าวหน้า ทางวิทยาศาสตร์ ของประเทศอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2384 เรื่องราวของ ไดโนเสาร์ จึงได้รับความสนใจมากขึ้น จนกระทั่งปัจจุบัน

ก่อนที่ ศาสตราจารย์ โอเวนจะตั้งชื่อ ไดโนเสาร์ เขาได้ทำการศึกษา ฟอสซิลของ สัตว์เลื้อยคลาน ขนาดใหญ่ ที่พบในประเทศอังกฤษ เขาได้ศึกษา อย่างละเอียด โดยเฉพาะฟอสซิล ของอิกัวโนดอน และ ไฮลีโอซอรัส ซึ่งพบตั้งแต่ปีพ.ศ. 2363 และปี พ.ศ. 2373 เขาพบว่าฟอสซิล เหล่านั้น ถึงแม้ จะเหมือน กับ สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ แต่จริงๆ แล้วมันไม่เหมือนกับ สัตว์เลื้อยคลาน ในปัจจุบันที่เดียวนัก แต่ว่า มันไปเหมือน กับช้าง นั่นคือ ขาขนาดใหญ่ ของมันรับน้ำหนัก ของร่างกายอันใหญ่โตของมัน ต่างจากสัตว์เลื้อยคลาน ปัจจุบันทั้งหมด เช่น เต่า และ จระเข้ ที่คลานไปบนพื้นด้วยขา ซึ่งออกจาก ด้านข้าง ของลำตัว

เพื่อที่จะให้จำได้ว่า สัตว์ตัวนี้มีขนาดใหญ่ และสร้างสรรค์ มาอย่างน่ากลัว เขาจึงตั้งชื่อว่า ไดโนเสาร์ (Dinosaur) ซึ่งมาจากภาษากรีก อันเป็นภาษาที่ นิยมใช้ตั้งชื่อพืช สัตว์ ทางวิทยาศาสตร์ คำว่า ไดโน (Dino) แปลว่า น่ากลัวมาก และเสาร์ หรือเซารอส (Sauros) หมายถึง สัตว์เลื้อยคลาน เมื่อคิดถึง สัตว์เลื้อยคลาน ที่น่ากลัวขนาดยักษ์ ทำให้ทุกคน สามารถจดจำได้ง่าย เพราะว่า เมื่อโอเวน ตั้งชื่อไดโนเสาร์แล้ว หลายคนเริ่มค้นหา ไดโนเสาร์ และก็พบ พวกมัน บนชั้นหินในหลายๆ แห่งทั่วโลก และพวกเขาก็พบด้วยว่า พวกมันไม่ใช่มีแต่ขนาดใหญ่ และน่ากลัวเท่านั้น แต่ยังมีพวกที่ มีขนาดเล็ก ด้วยอีกมากมาย

ไดโนเสาร์ ไม่เพียงแต่เป็นสัตว์ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เท่านั้น ถ้าเริ่มจาก ที่มันเป็นสัตว์เลื้อยคลาน ก็หมายถึงว่า ฟอสซิลปลา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และนก ไม่ใช่ไดโนเสาร์ทั้งหมด ฟอสซิลสัตว์ยักษ์ เช่น ช้างแมมมอธ เสือเขี้ยวดาบ ต่างก็ไม่ใช่ไดโเสาร์ และสัตว์อีกหลายชนิด ซึ่งอยู่ในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน ก็มีหลายชนิด ที่ไม่ใช่ไดโนเสาร์ เพราะว่า มันเหล่านั้น ไม่ได้เดินโดยใช้ขาเป็นตัวรับน้ำหนัก ของลำตัว เช่น ที่ไดโนเสาร์ทำ สัตว์เลื้อยคลานทะเล อย่างเช่น เพลสซิโอซอร์ และอิคธิโอซอร์ ก็ไม่ใช่ ไดโนเสาร์ รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลาน บินเทอโรแดกทิ ก็ไม่ใช่ พวกนี้ มักจะถูกเข้าใจผิดว่า เป็นไดโนเสาร์ เพียงเพราะว่า มันมีขนาดใหญ่ และอาศัยอย ู่ในช่วงอายุเดียวกับ ที่ไดโนเสาร์ มีชีวิตอยู่

ในตาราง อายุทางธรณีวิทยา ซึ่งแสดงไว้นั้น ช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์ อาศัยอยู่บนโลก ได้ยกเอา ขึ้นมา เป็นส่วนบนสุด ของชั้นวงกลม มันกินช่วงเวลาที่ดีที่สุด 3 ช่วงเวลา คือยุคไทรแอสสิก จูแรสสิก และครีเตเซียส เป็นระยะเวลา ประมาณ 140 ล้านปี นับเป็นช่วงเวลา ที่ยาวนานมาก เมื่อมองไปถึงช่วงเวลาที่ มนุษยชาติ ที่เป็นบรรพบุรุษ ของคนเรา เคยอาศัยอยู่ในโลกนี้ เพียงประมาณ 100,000 ปีเท่านั้น นั่นแสดงว่า มนุษย์ โบราณ ไม่เคยอยู่อาศัย และต่อสู้กับ ไดโนเสาร์เลย ไดโนเสาร์ สูญพันธุ์ไป เมื่อประมาณ 65 ล้านปี มาแล้ว แต่มนุษย์ คนแรกของโลก เพิ่งเกิดเมื่อ 5 ล้านปีที่แล้วนี้เอง

สาเหตุของ การสูญพันธุ์ ของ ไดโนเสาร์ ได้มี การตกลงกัน มาหลายปี แล้ว จากทฤษฎี ซึ่งมีผู้เสนอ จำนวนมาก มีถึง 95 ทฤษฎีที่ต่างกัน ตั้งแต่ความคิดที่ว่า พระเจ้ากลับลงมาในโลก และทำลายล้าง ด้วยปืนรังสี จนถึง ความคิดที่ว่า มันตาย เนื่องจากท้องผูก หรือท้องเสีย เนื่องจาก การเปลี่ยนแปลง ของพืชที่ เป็นอาหาร ในยุคนั้น แต่มาถึง ปัจจุบันนี้ ได้ยอมรับ ความคิดของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งหลายรวมกัน เหลือเพียง 2 ทฤษฎีคือ

ทฤษฎีแรก เป็นทฤษฎีของจักรวาล ซึ่งให้ ความเห็นว่า มีบางอย่าง จากนอกโลกทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลง ของชีวิตบนโลก เมื่อ 65 ล้านปี มาแล้ว สิ่งที่กล่าวถึง กันเป็นพิเศษ ก็คือ การ เปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว โดยอุตกาบาต ขนาดใหญ่ ตกมาในโลก ซึ่งผล ของการตก ทำให้โลก เกิดความเสียหาย ส่งผลให้ เกิดฝุ่น และไอน้ำจำนวนมาก กระจาย ขึ้นสู่ บรรยากาศ บดบังแสงอาทิตย์ เป็นเวลา แรมเดือน หรือแรมปี ส่งผลให้ โลกเย็นลง และมืด ทำให้ สิ่งที่มีชีวิต บนโลกตาย รวมทั้ง ไดโนเสาร์ด้วย

ทฤษฎีที่สอง มาจาก ความรู้ที่ว่าทวีปต่างๆ บนโลก มีการเคลื่อนไหว จากกระบวนการทวีปจร (Comtimental Drift) และเกิด เนื่องจากผิวเปลือกโลก บางเกินไป ซึ่งห่อหุ้มของเหลว ที่ร้อนจัด คือ ลาวา ที่ไหลออกมา จากภูเขาไฟ ในขณะที่ หินเหลว ร้อนภายในโลก เคลื่อนไหวนั้น ก็จะดึงเปลือกโลก ให้เคลื่อนตัว ซึ่งจะทำให้ทวีป เคลื่อนที่ ไปเหมือนกับมัน อยู่บนสายพาน ขนาดยักษ์นั่นเอง

ในช่วงเวลาที่ ไดโนเสาร์ มีชีวิตอยู่ โลกค่อนข้างอบอุ่น เหมาะกับสัตว์ เลื้อยคลาน ขนาดยักษ์ จนกระทั่ง ปลายสมัย ของยุค ไดโนเสาร์ เราจะพบว่า พืชค่อยๆ เปลี่ยนเป็นพวก ที่ชอบอากาศเย็นชื้น ซึ่ง สันนิษฐาน ได้จาก สภาพดินฟ้า อากาศ ของโลกได้ เปลี่ยนไปอย่างช้าๆ และเป็นสิ่งที่ ไดโนเสาร์ ไม่ชอบ เราจะเริ่มพบ สัตว์ที่ชอบอากาศเย็น กว่าเพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆ เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่มีขนหนา เริ่มมีมากกว่า พวกไม่มีขน คำอธิบานนี้ก็คือ ทวีปได้เคลื่อนไปมาก ในช่วงเวลา 140 ล้านปี ที่ไดโนเสาร์ อาศัยอยู่ และอากาศ ที่เปลี่ยนแปลง ไปโดยสิ้นเชิง นี้ ทำให้ไดโนเสาร์ สูญพันธุ์ไป

จากทฤษฎีแรก ที่บอกว่า เกิดจากการ เปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว โดยการพุ่งชนของ อุตกาบาต ในขณะที่ อีกทฤษฎีหนึ่ง กล่าวถึง การเปลี่ยนแปลง อย่างค่อย เป็นค่อยไป ทีละน้อย ของอากาศ ซึ่ง อาจจะเป็นพัน หรือล้านปีก็ได้ ในขณะนี้ความรู้ ที่เราได้ ไม่สามารถจะบอกได้ว่า ทฤษฎีใด จะถูกต้อง กว่ากัน โดยกลุ่มที่เชื่อ ทฤษฎีแรก มีเหตุผลว่า เขาสามารถพิสุจน์ ได้จาก การตายของ ไดโนเสาร์ อย่างทันทีทันใด ทั้งนี้ ไม่มีการพบ ไดโนเสาร์ อีกเลยหลังจาก ยุคครีเตเชียสแล้ว และยังพิสุจน์ ได้ว่า ลูกอุตกาบาต ทำให้เกิด การสูญพันธุ์ ครั้งใหญ่ เพราะพบชั้นดินที่สะสมตัว ในช่วงปลาย ยุคครีเตเชียส มีส่วน ประกอบของ แร่ตัวหนึ่ง ซึ่งมีธาตุอิริเดียมอยู่มาก เป็นพิเศษ นักวิทยาศาสตร์ ที่ศึกษาเรื่องนี้ กล่าวว่า อิริเดียมที่มี ปริมาณสูง เกิดขึ้นได้โดยทางเดียว เท่านั้นคือ จากลูกอุตกาบาต ที่มาจาก นอกโลก ธาตุอิริเดียม น่าจะมาจากฝุ่น ซึ่งเกิดจากการ ระเบิดของอุตกาบาต ในขณะที่ชนโลก เหมือนกับระเบิด ขนาดมหึมา เลยทีเดียว

แต่นักวิทยาศาสตร์ ที่เชื่อทฤษฎีที่สอง ที่อากาศ มีการเปลี่ยนแปลง ไปอย่างช้าๆต่างก็มี ความเห็นว่า ไดโนเสาร์ นั้นไม่ได้สูญพันธุ์ไป อย่างทันที ทันใด แต่ดูเหมือนว่า มันจะลดน้อยลงไป ในช่วงเวลา หลายล้านปี และยังแสดงถึง ลักษณะของพืช หลายๆ ชนิด ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจาก พืชที่ชอบอากาศ อบอุ่น เป็นพวกที่ชอบ อากาศเย็น นักวิทยาศาสตร์ เหล่านี้ ได้อ้างถึง ธาตุอิริเดียม ที่มีมากกว่าปกตินั้น ไม่ได้มาจากการ ระเบิด ของอุตกาบาต ที่ชนโลก แต่มาจากการ ระเบิดของ ภูเขาไฟ ซึ่งเกิดขึ้น อย่างมากมายใน ช่วงสิ้น ยุคครีเตเชียส ธาตุอิริเดียม ถูกกักอยู่ใน หินหลอมละลาย ภายในโลก และถูกพ่น ขึ้นมาในช่วงเวลา ที่เกิด การระเบิด ของภูเขาไฟ

ก็เป็นหน้าที่ ที่คุณจะต้องคิด และตอบคำถาม เอาเองว่า อะไร เป็นสิ่งที่ ฆ่าไดโนเสาร์ ไปจนสูญพันธุ์ ไปจากโลก เราสามารถ ที่จะรู้สิ่งต่างๆ มากมาย จากการศึกษา ของนักวิทยาศาสตร์ ความรู้ต่างๆ ได้มาจาก การศึกษา ฟอสซิลที่เหลือ ปรากฏอยู่ ซึ่งฟอสซิล เหล่านี้ ทำให้เรารู้ถึง กระดูก รอยเท้า ฟัน หนัง และบางครั้ง เราก็ สามารถที่ จะเรียนรู้ ถึงวิธี และสถานที่ ที่มันเดิน อาหารที่มันกิน และรูปร่าง ลักษณะของมัน แต่สิ่งหนึ่ง ที่เรา ไม่สามารถรู้จริง ก็คือ ตัวมันสีอะไร และเสียงมัน เป็นอย่างไร ได้แต่ คาดเดาเท่านั้น

ถึงแม้ไดโนเสาร์ จะสูญพันธุ์ ไปหมดแล้ว แต่ดูเหมือนว่า นก จะเป็นญาติที่ ใกล้ชิดกับมันมาก ที่สุด ถ้ากล่าวว่า นกอาจ เป็นไดโนเสาร์ ที่ยังมีชีวิต อยู่ในปัจจุบัน โดยมีขนปกคลุ่มอยู่ ก็คงจะไม่ผิดนัก ลองสังเกตุดู ที่ขา และเท้าของนก ขนาดใหญ่ เช่น นกกระจอกเทศ ขาที่มีเกล็ด และนิ้วเท้าของนก จะทำให้คุณ นึกถึง บางสิ่ง บางอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับ ไดโนเสาร์

ไดโนเสาร์ ที่ค้นพบ ในปัจจุบัน มีหลายตระกูล รายชื่อต่อไปนี้คือบางตัวอย่างที่น่าสนใจจากทั้งหมด 21 ตระกูล ท่านสามารถคลิกที่ชื่อตระกูลเพื่อดูรายละเอียดของตระกูลนั้นๆ

ซีลูโรซอร์
ออนิโธมิโมซอร์
โดรมิโอซอริดส์
คาร์โนซอร์
ไทรันโนซอริดส์

คณะผู้จัดทำ

นาย เกรียงไกร ตระการวิทยารักษ์

นาย นัทที บุษบงค์

นาย พีรพล แจ่มศิริโรจน์รัตน์